เกือบปีที่ไม่ได้อัพอะไรนอกจาก EH 555555555555
 
 
คำเตือน บล็อคนี้รูประเบิดระเบ้ออออ เพราะจขบ.ชอบถ่ายรูป สไลด์เม้ากันยาวๆ หน่อยนะคะ 555555
 
 
 
 
ปลายเดือนที่แล้ว ได้พักร้อน 3 วัน 2 คืนไปทริปกับพี่สาวพี่ชายและเพื่อนๆ ของพี่มาค่ะ ช่วงสิ้นปีแบบนี้เป็นช่วงไฮซีซันของทะเลฝั่งอันดามันแล้ว ทะเลจะสวยและไม่มีมรสุมแล้ว เลยเบนเข็มไปที่ๆ ได้ชื่อว่ามัลดีฟเมืองไทย เกาะพยาม จ.ระนอง นั่นเอง
 
รูปอาจจะไม่สวยอะไรมาก เพราะคนถ่ายฝีมือมีแค่นี้+กล้องคอมแพ็คถูกๆ 1 ตัว 555555 เรียกว่าเก็บภาพบรรยากาศเผื่อใครสนใจจะไปเที่ยวมาให้ชม เผื่อช่วยในการตัดสินใจก็แล้วกันนะคะ
 
 
 
 
วันที่ 27 พ.ย. 2011
 
 
9 โมงเช้า เรากับพี่ชายพี่สาวล้อหมุนออกจากอ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ส่วนอีกกรุ๊ปนึงที่มาจากหาดใหญ่จะไปสมทบกันที่ระนองเลย ขับกันสบายๆ ค่ะ ถนนสี่เลนจนถึงสี่แยกปฐมพรที่ตัดแยกเข้าระนองจากจังหวัดชุมพร เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลขสี่ วิ่งตรงไปเรื่อยๆ (ซะเมื่อไหร่ ทางมันคดเคี้ยวมากค่ะ แงงงงง เล่นเอาคนไม่เมารถอย่างเราเกือบเมาได้เลยทีเดียว)
 
จากป้ายท่องเที่ยวและรีวิวน์ที่เคยอ่าน เค้าบอกว่ารวมเบ็ดเสร็จ 494 โค้งค่ะ (เลขสวยมั้ยล่ะ? แค่พูดถึงยังท้องกระอักกระอ่วน OTL) พอได้มานั่งจริงๆ ก็โค้งสมชื่อคือ มีป้ายเตือนทางคดเคี้ยวอยู้ตลอด 2 ข้างทางถนน เพราะทางมันคดเป็นงูจริงๆ แต่นั่งมองเขาสีเขียวๆ ที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ก็พอช่วยได้ค่ะ :Dแต่ทางคดเคี้ยวแบบนี้ ทำให้ขับเร็วไม่ได้เลย ตอนแรกคิดว่าจากชุมพรไประนองไม่ไกล แป๊บเดียวคงถึง แต่ขับจริงๆ ก็ร่วม 2 ช.ม.เศษๆ เลยทีเดียว
 
ตอนผ่านช่วงคอคอดกระที่เป็นช่วงที่แคบที่สุดในประเทศไทย คือ มีความกว้างแค่ 44 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เห็นด่านเข้าพม่า อยู่ไม่เกิน 100 เมตรค่ะ ใกล้มากๆ
 
 
 
11 โมงนิดๆ มาถึงระนองซะที เลยแวะเข้าไปดูรอบตั๋วของสปีดโบซที่จะเดินทางไปเกาะพยามก่อน ทางเข้าแคบและเล็กมากจนขับเลยไปต้องวนกลับมาหาทางเข้าอีกรอบ ตอนที่ไปถึงคนขาย...ไม่อยู่ค่ะ 5555 ออกไปทานข้าว เลยขอเบอร์โทรศัพท์จากชาวบ้านแถวนั้นที่ขายของอยู่ เพื่อโทรไปจองตั๋วรอบบ่าย 2 สำหรับ 6 คน ราคาต่อคนก็ตกคนละ 350 บาทค่ะ ก็ไม่แพงมากนะ ^^
 
สำหรับหลายๆ ท่านที่ขับรถไปเองเหมือนเรา แถวๆ นั้นเค้าก็มีที่ฝากรถด้วยค่ะ วันละ 60 บาทของสตาร์แครปรีสอร์ทที่อยู่ใกล้ๆ ท่าเรือ มีที่ร่มให้จอด แต่เค้าบอกว่าต้องฝากกุญแจรถไว้กับเค้า(จะบ้าเรอะ!!) อืม แถมพูดจาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยลังเลกันว่าจะเอายังไงดีเรื่องฝากรถ ในระหว่างที่คิดๆ กันอยู่ ฝั่งกรุ๊ปทางหาดใหญ่ก็โทรมาหาพอดี เลยไปรวมพลและหาข้าวเที่ยวกินกันก่อนค่อยตัดสินใจก็แล้วกัน
 
 
 
แวะกลับออกมาถนนใหญ่ ย้อนกลัมาตรงรร.จันทร์สม เข้ามาซอยข้างๆ มาตรงบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ถ่ายรูปกับบ่อพ่อบ่อแม่นิดหน่อย แล้วก็แวะหาอาหารจานเดียวง่ายๆ ทานกันที่ร้าน "ครัวคุ้นลิ้น" ราคาก็ธรรมดาค่ะไม่แพงมากมาย 3 พี่น้องพร้อมใจกันสั่งข้าวหมูทอดไข่ดาว เพราะมั่นใจว่า ยังไงเกือบทุกร้านมันต้องทำออกมาอร่อยล่ะนะ 5555 แล้วเราก็ลองสั่ง Honey Coffee ไปค่ะ เป็นกาแฟผสมน้ำผึ้ง อร่อยดีจัง หอมกลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ :D แก้วนึงก็ 50 บาท กินเบ็ดเสร็จ 6 คน ตกคนละ 110 บาทได้
 
 
 
 
อิ่มอร่อยตบพุงกันเรียบร้อย ก็ราวๆ บ่ายกว่าๆ เลยตัดสินใจไปรอเรือพร้อมรับตั๋วกันที่ท่าเรือ เพื่อขึ้นเรือตอน 14.30 น. เลยดีกว่า เพราะต้องหาที่ฝากรถด้วย สุดท้ายตัดสินใจกันว่าไม่อยากทิ้งกุญแจไว้ ถัดจากสตาร์แครปไปอีกหน่อย มีเพิงสแลนด์ของโกอยู่ค่า ที่นี่ไม่ต้องฝากกุญแจไว้กับเค้า ก็สบายใจหายห่วงละ ไม่ต้องกลัวเค้าจะเอารถเราไปขับเล่น 5555
 
 
 
 
 
บ่าย 3 โมง 10 นาที ถึงเกาะพยามเป๊ะๆ ตามที่คนขับบอกว่า 40 นาทีถึงจริงๆ ฟ้าแจ้งมากค่ะวันนี้ แดดร้อนมากๆ ตอนนั่งเรอะก็ตากลมทะเลกันจนหัวเหนียวหนึบ พนักงานของบลู สกายมาช่วยรับกระเป๋าถึงที่เรือเลยค่ะ ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสดี น่ารักดีค่ะ ^^ มีรถกอล์ฟมารับกระเป๋าและคนไปส่งถึงรีสอร์ทเลยทีเดียว มาถึงห้องก็เอาของเก็บ ล้างหน้าล้างตา พักผ่อนกันซักหน่อยเพราะแดดยังแรงอยู่(มาก) ก่อนจะออกไปถ่ายรูปทะเลตอนเย็นเล่นๆ กัน
 
 
 

 
 
 
ราวๆ 5 โมงก็ออกไปเดินเล่นนิดหน่อยที่ชายหาด ทรายออกหยาบๆ ไปหน่อยแล้วก็ไม่ค่อยขาว แต่หาดกว้างมากๆ ค่ะ เห็บอกว่าถ้าช่วงน้ำขึ้น คือจะขึ้นมาเกือบถึงส่วนของร้านอาหารและเข้าไปจนถึงที่พักเลยทีเดียว แต่คงต้องรอเป็นพรุ่งนี้แล้ว เพราะ น้ำขึ้นสูงสุดช่วง 9 โมงเช้า ถึงบ่ายโมงนิดๆ ค่ะ :3
 
 
 
เดินเล่นหาหอยหาปูกันจนถึง 6 โมงครึ่ง ก็ถึงเวลาที่จองโต๊ะเอาไว้ที่ห้องอาหารของรีสอร์ท เมนูที่สั่งก็ข้าวผัดกุ้ง หมึกย่าง กุ้งเผาสดๆ ปลากระพงนึ่งซีอิ๊วเนื้อสดหวานมากๆ แล้วก็ผัดผัก ส่วนน้ำต่างๆ พี่สาวสั่งบลูฮาวาย เป็นน้ำผลไม้ผสมกันหลายๆ อย่าง หวานๆ อมเปรี้ยวๆ แต่...แฮ่.....ของเราอร่อยกว่า 55555 พนักงานแนะนำพันช์เกาะพยามค่ะ เป็นพันช์ผลไม้เหมือนจะมีน้ำสับปะรด ผสมมะนาว ผสมกะทินิดๆ หอมๆ หวานๆ เปรี้ยวนิดๆ อร่อยมากจนติดใจเลยทีเดียว ใครไปเที่ยวก็ลองสั่งดูนะคะ ^^ เบ็ดเสร็จมื้อนี้อยู่ที่ราวๆ 2300 ได้ค่ะ ราคาต่อจานมีตั้งแต่ 100 -200+ เลย
 
กินเสร็จนั่ง(ผึ่งพุง)กันตรงเก้าอี้ยาว ลมทะเลเย็นจนเคลิ้มเลยค่ะ แล้วก็นั่งคุยเรื่องแพลนพรุ่งนี้ว่าเอาไงกันดี น้องๆพนักงานก็น่ารักดี เข้ามาแนะน้ำว่าพรุ่งนี้ควรไปไหนยังไง พระอาทิตย์ขึ้นตกกี่โมง ควรไปหาดไหนก่อน  มีบริการให้เช่ามอเตอร์ไซค์ด้วย 24 ช.ม. 250 บาท/คัน ค่าน้ำมันจ่ายเองต่างหาก ก็ถือว่าไม่แพงนะ เพราะให้เดินคงไม่ไหวขาลากกันแน่ๆ เลยตัดสินใจฝากน้องพนักงานเช่ามอร์เตอไซค์ไว้ 3 คัน

 

 
 
 
 
 
 
ซัก 2 ทุ่มกว่าๆ ก็เช็คบิลออกมานั่งดูดาวกันหน้าห้องพัก ช่วงที่ไปเป็นคืนเดือนมืดพอดี แถมฟ้าใสอีก เห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลยค่ะ ยังกะทะเลดาว เสียดายที่กล้องกากๆ ของเราถ่ายไม่ติด 5555 วันรุ่งขึ้นช่วงน้ำขึ้นถึงรีสอร์ทเรากับพี่ชายนัดกันว่าจะไปพายเรือคายักที่ เค้ามีบริการไว้ให้เล่นได้ฟรีค่ะ ขอให้อากาศดีน้ำขึ้นเยอะๆๆๆๆ (คนไม่เคยพายเรืออย่างเรา)จะได้พายเรือได้มันส์ๆ เนอะ ^^
 
 

 
 
 
ปล.ที่แอบเสียใจคือ กล้องตัวนี้เป็นของพี่สาว....เราเพิ่งรู้ว่า เค้าตั้งวันที่ไว้ด้วย.....ก็ตอนที่กลับมาเอารูปลงเครื่องคอมแล้ว 55555 บ่งบอกทั้งเวลาทุกเสี้ยววินาทีที่ไปไหน TwT
 
ไว้เจอกันต่อในส่วนของวันที่ 2 นะคะ ^w^/
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

รีวิวละเอียดจริงงงงงงงงงงงงงง
อาหารน่ากินมากแงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ดาเมจยามดึกหลายๆ
ดูแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง แหง่กๆๆๆๆๆๆๆ
รออ่านต่อตอนถัดไปว่าพายเรือเป็นยังไงบ้างกร๊ากๆๆๆๆๆๆๆ

#2 By [] R e n z E [] on 2011-12-14 23:57

โอ๊ววววววววววว
รีวิวทริปละเอียดมากค่ะพี่ *[]*!! รูปสวยมากเลยค่ะ กล้องคอมแพคก็ถ่ายรูปเมพได้!!!!!! มุมดีมากเลยค่ะ ที่พักสวย บรรยากาศดีมากๆเลย ทุกรูปสวยมากค่ะ โดยเฉพาะห้องพักตอนกลางคืน แสงสวยมาก แต่เห็นด้วยค่ะ อ่านหนังสือทีปวดตามากแน่นอน ;;v;;''
(ดูแล้วเกิดอาการอยากไปมากเลย >3<!!!!)
รอรีพอร์ทวันที่สองนะค้าาาาา

#1 By Dr.Seiji on 2011-12-14 21:52